SEM = SEO + PPC

SEM (Search Engine Marketing)

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing คือ การทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา แบ่งได้เป็น SEO (Search Engine Optimization) และ PPC (Pay Per Click) โดยทั้งสองแบบมีแตกต่างกันตรงวิธีการทำ

SEM (Search Engine Marketing) คือ?

"SEM" ย่อมาจากคำว่า "Search Engine Marketing" เป็นการผสมคำกันระหว่างคำว่า "Search Engine" ซึ่งก็คือเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต และคำว่า "Marketing" หรือ การตลาด ดังนั้น คำว่า "SEM" หรือ "Search Engine Marketing" จึงหมายถึง "การทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต" นั่นเอง

SEM (Search Engine Marketing) ประกอบไปด้วยในส่วนของ Paid Search หรือ Search Advertising ซึ่งเป็นส่วนของโฆษณาที่มีค่าใช้จ่ายเป็นรายคลิกในรูปแบบของ "PPC (Pay Per Click)" และในส่วนของ Organic Search หรือ Natural Search ซึ่งเป็นส่วนผลการค้นหาจากระบบของ Search Engine โดยเรียกการทำการตลาดในส่วนนี้ว่า "SEO (Search Engine Optimization)"

 

 

Search Engine ทำงานอย่างไร?

Search Engine ที่ใช้กันทั่วไปนั้น มีอาทิ Google, Bing, Yahoo!, Yandex และ Baidu โดย Google ได้รับความนิยมอันดับ 1 ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย รวมทั้งประเทศไทย เรียกได้ว่ามีส่วนแบ่งในการตลาดกว่า 90% เลยทีเดียว ส่วนในประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวันนิยมใช้ทั้ง Google และ Yahoo! สำหรับในรัสเซียนั้นใช้ Yandex และในประเทศจีนใช้ Baidu

แม้ว่าจะมี Search Engine หลากหลายบริษัท แต่หลักการทำงานนั้นก็ไม่ต่างกัน โดยเริ่มจากเมื่อเราป้อน Keyword (คีย์เวิร์ด) ลงในช่องค้นหา Search Engine จะประมวลผลและแสดงออกมาเป็นรายการของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาตรงกับ Keyword นั้นๆ ไว้ใน Search Result Page (หน้าแสดงผลการค้นหา) 

ยิ่งเว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้มีคนเปิดเข้าไปดูมากขึ้นเท่านั้น และนำมาซึ่งยอดผู้ใช้บริการหรือยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองผู้ที่มีเว็บไซต์จึงต้องทำ SEM เพื่อโปรโมทให้เว็บไซต์ติดอันดับอยู่ในหน้าแรกเวลาค้นหา

 

SEM (Search Engine Marketing) สำคัญอย่างไร?

การทำ SEM เป็นการทำการตลาดออนไลน์บน Search Result Page (หน้าแสดงผลการค้นหา) โดยการทำโปรโมชั่นกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งเป็นผู้ใช้งาน Search Engine เพื่อให้รู้จักเว็บไซต์ สินค้า หรือบริการของเรา และนำมาซึ่งยอดผู้ใช้เว็บไซต์และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการให้มากยิ่งขึ้น

เนื่องจากในปัจจุบันมีเว็บไซต์อยู่มากมาย การทำ SEM จึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราแข่งขันกับคู่แข่งได้ อีกทั้งการทำ SEM ยังเป็นการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมาย เพราะในการค้นหาข้อมูลในแต่ละครั้งของผู้ใช้ Search Engine จำเป็นต้องใช้ Keyword เป็นตัวกำหนดขอบเขต

 

SEM (Search Engine Marketing) มีอะไรบ้าง?

ตัวอย่างหน้าผลการค้นหาของ Google.co.th โดย Keyword คำว่า "ทัวร์ญี่ปุ่น"

 

การทำ SEM (Search Engine Marketing) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ

 

1. SEO (Search Engine Optimization)


การทำ SEO คือ การเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ในส่วนของผลการค้นหาทั่วไป ซึ่งเรียกว่า Organic Search หรือ Natural Search ในหน้า Search Result Page โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในเว็บไซต์ให้เป็นไปตามกฎของ Search Engine นั้นๆ รวมทั้งการสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์และตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ไปจนถึงการเพิ่ม Backlinks ที่มีคุณภาพมายังเว็บไซต์ เพื่อให้ Search Engine แสดงเว็บไซต์ในอันดับที่ดีที่สุด

โดยทั่วไปแล้ว การทำ SEO จะอ้างอิงกฎของ Google เนื่องจากเป็น Search Engine ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก นอกจากนี้ Google ยังมีการอัปเดต Algorithm ที่ใช้จัดอันดับอยู่ตลอด เพื่อจัดการกับเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพและเพื่อให้ผลการค้นหาตรงตามที่ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการดูแลปรับปรุงเว็บไซต์และเนื้อหาอยู่ตลอด

(อ่านต่อ : SEO (Search Engine Optimization) คือ?)

 

2. PPC (Pay Per Click)


PPC คือ การซื้อพื้นที่โฆษณาในส่วนของ Paid Search หรือ Search Advertising ซึ่งอยู่ในหน้า Search Result Page เช่นกัน แต่ในส่วนนี้ผู้ลงโฆษณาต้องจ่ายเงินให้กับ Search Engine เมื่อมีการคลิกเปิดเข้าไปดูเว็บไซต์ ซึ่งผู้ให้บริการหลักๆ ก็คือ Google Ads นั่นเอง

PPC มีข้อแตกต่างกับ SEO ตรงที่สามารถแสดงผลในลำดับต้นๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างในเว็บไซต์ เพียงแค่ประมูล Keyword ที่ต้องการมา เว็บไซต์ก็สามารถแสดงอยู่ในอันดับต้นๆ ได้

(อ่านต่อ : PPC (Pay Per Click) คือ?)

 

SEM, PPC และ SEO ต่างกันอย่างไร?

PPC และ SEO ถือได้ว่าเป็นการทำการตลาดบน Search Engine ทั้งคู่ แต่ในบางแหล่งข้อมูล SEM จะหมายถึงในส่วนของ PPC ซึ่งเป็นการซื้อโฆษณาเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม ก็ต้องใช้ Keyword เป็นตัวกำหนดเหมือนกัน และต้องมีหน้าเว็บไซต์รองรับเพื่อให้คนเข้าชมข้อมูลได้ โดยมีรายละเอียดวิธีการทำและจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

 

1. ค่าใช้จ่าย

  • PPC: มีค่าใช้จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณาเข้าไปชมเว็บไซต์ โดยราคาต่อคลิกขึ้นอยู่กับการประมูล Keyword แต่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงบประมาณที่กำหนดได้
  • SEO: ไม่มีค่าใช้จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณาเข้าไปชมเว็บไซต์ แต่อาจมีค่าดำเนินการในส่วนอื่นๆ เพื่อที่จะปรับปรุงเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆ หากเป็น Keyword ที่มีการแข่งขันสูง ค่าใช้จ่ายก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย ราคาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ

2. ระยะเวลา

  • PPC: สามารถแสดงโฆษณาได้รวดเร็ว ภายใน 24 ชั่วโมง จึงเหมาะกับการโปรโมทแคมเปญระยะสั้นหรือชั่วระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง
  • SEO: ต้องใช้เวลาปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์เนื้อหาจนกว่าจะติดอันดับต้นๆ อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วันไปจนถึงหลายเดือนหรือเป็นปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความยากง่ายของ Keyword และคู่แข่ง จึงเหมาะกับการทำการตลาดระยะยาว

3. การแสดงผล

  • PPC: สามารถกำหนดการแสดงผลได้ เช่น วัน ช่วงเวลา แต่ถ้าประมูล Keyword ในราคาต่ำเกินไป หรือมีงบประมาณน้อย โฆษณาก็จะไม่สามารถแสดงได้ตลอด และหากหยุดโฆษณา หรืองบประมาณหมด โฆษณาก็จะหายไปทันที
  • SEO: สามารถแสดงผลได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่อันดับอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เนื่องจาก  Search Engine มีการอัปเดตอยู่ตลอด ทั้งนี้หากมีการทำผิดกฎของ Search Engine ก็อาจทำให้อันดับหายไปได้เช่นกัน

4. การบริหารจัดการ

  • PPC: สามารถใช้ผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวในการจัดการโฆษณาได้ โดยสามารถปรับปรุงโฆษณาให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าใช้จ่ายมากที่สุด
  • SEO: อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในหลายส่วน เช่น นักพัฒนาเว็บไซต์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO นักเขียนบทความ เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์และต้องคอยรักษาอันดับอยู่ตลอด

5. ความน่าเชื่อถือ

  • PPC: ผู้ใช้บางคนอาจไม่คลิก เนื่องจากเห็นว่าเป็นโฆษณา แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้าง Brand Awarness ได้ เพราะโฆษณาจะแสดงอยู่ในอันดับต้นๆ และหากไม่มีคนคลิก ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
  • SEO: ผู้ใช้บางคนจะให้ความเชื่อถือเว็บไซต์ที่ติดในอันดับต้นๆ มากเป็นพิเศษ ทำให้ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้ง่ายขึ้น

 

จะเห็นได้ว่าทั้ง SEM, PPC และ SEO นั้นมีความเหมือนและแตกต่างกัน รวมทั้งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป โดยสามารถเลือกใช้ได้ตามจุดประสงค์และงบประมาณ หรือจะทำควบคู่กันไปเพื่อประสิทธิภาพในการทำการตลาด และเพื่อให้สามารถเข้าถึงเป้าหมายได้มากที่สุด

 

บริการ SEM ของเรา

ที่บริษัท อาอุน ไทย เรามีบริการ SEM โดยทีมผู้เชี่ยวชาญในด้าน SEO และ PPC ลูกค้าสามารถเลือกการทำการตลาดบน Search Engine กับเราได้ทั้ง 2 ส่วนแบบ One-stop Service

SEO Ranking | บริการ SEO ไม่ติดอันดับ ไม่คิดเงิน

SEO | โปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับ Google

บริการ SEO ทั้งในรูปแบบการการันตีอันดับติดหน้าแรก Google และบริการให้คำปรึกษาสำหรับเว็บไซต์ที่เพิ่งเริ่มทำ SEO เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและเนื้อหาของเว็บไซต์ให้ถูกต้อง

PPC | โฆษณาบนหน้าผลการค้นหาของ Google

PPC | โฆษณาบนหน้าผลการค้นหาของ Google

บริการลงโฆษณาแบบข้อความบน Search Result Page (หน้าแสดงผลการค้นหา) ของ Google Search โดยการประมูล Keyword คิดค่าใช้จ่ายเมื่อมีคนคลิก

กรุณาติดต่อฝ่ายขายเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอใบเสนอราคา

Top